1. ดูรายละเอียดการสมัครและการยืนยันตัวตนได้ที่ siwonhyukjae.com/believe/help/faq 

Shadow 01

หัวข้อกระทู้ ใน '❥ WONHYUK Fiction' เริ่มโพสต์โดย Peppermintoral, 3 กรกฎาคม 2015.

  1. Peppermintoral

    Peppermintoral New Member

    Shadow 01


    Shadow

    [​IMG]



    …듣고있나요내마음을


    คุณฟังเสียงหัวใจผมอยู่หรือเปล่า….






    ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาล Seoul St.Mary's เตียงคนไข้ขนาดคิงไซส์ของห้อง1108 มีผู้ป่วยร่างใหญ่นอนหลับอยู่ ข้างกันมีหญิงสาววัยกลางคน ชเว เยจีและชายหนุ่มวัยกลางคน ชเว โอยองที่ดูภูมิฐานยืนกุมมือไว้อย่างห่วงใย ดวงตาทั้งสองคู่ทอดมองร่างบนเตียงอย่างห่วงใยไม่แพ้กัน


    “คุณคะ ลูกยังไม่ฟื้นเลย ฉันไม่ชอบจริงๆนะคะ” เสียงสั่นเครือพูดออกมาทั้งๆที่มือเล็กก็กุมมือลูกชายบนเตียงไม่ปล่อย เดือดร้อนคนข้างปาดน้ำตาใบหน้าให้อย่างห่วงใย


    “หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว ยังไงก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ผมว่าคุณมาพักตรงนี้ไหม เจ้าซีวอนคงไม่ชอบใจหรอกนะถ้าจะตื่นมาเจอคุณนั่งร้องไห้แบบนี้นะ”


    เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจพูดกับภรรยาอย่างอ่อนโยน มือใหญ่โอบประคองหัวไหล่เล็กที่สั่นเบาๆเอาไว้อย่างห่วงใย


    “แต่ฉัน...”


    “อืม...ผม..”


    และก่อนที่ทั้งสองคนจะพูดคุยกันต่อ คนที่นอนหลับไปถึง24ชั่วโมงก็ลืมตาขึ้นช้าๆ เสียงทุ้มที่ติดจะแหบพร่าพูดเบาๆอย่างร้องเรียกอะไรสักอย่างหนึ่ง


    “ลูกฟื้นแล้ว คุณคะลูกฟื้นแล้ว”


    คุณนายชเวหันไปพูดกับสามีอย่างดีใจ ในขณะที่โอยองกดปุ่มเรียกหมอเข้ามาแทบจะทันทีที่ลูกชายของเขาฟื้นขึ้นมา


    “น้ำลูก ค่อยๆกินนะ” เยจีรีบส่งน้ำเปล่าแก้วเล็กให้ลูกชายที่นั่งจับคอตัวเองบนเตียง


    “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับแม่” ซีวอนส่งยิ้มให้กับหญิงสาวที่สวยที่สุดในชีวิตเขาอย่างปลอบใจ มือใหญ่กุมมือแม่ของตัวเองเอาไว้เบาๆอย่างอ่อนโยน


    “ก็แกหลับไปนาน แม่แกเลยเป็นแบบนี้ ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ป่วยลงไปอีกคน” โอยองที่เดินนำคุณหมอวัยกลางคนเข้ามาตรวจร่างกายลูกชายรีบบอกออกไปทันที


    “นี่ผมก็ฟื้นแล้วไงครับ แข็งแรงสุดๆด้วย ไม่เชื่อแม่นั่งรอผมนะ เดี๋ยวให้หมอตรวจก่อน”


    ซีวอนปลอบผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน แขนใหญ่ๆก็ยกขึ้นมาเบ่งกล้ามให้คนเป็นแม่ดูเพื่อความสบายใจ


    เยจีทำเพียงแค่ออกมานั่งตรงโซฟาตัวใหญ่ข้างเตียงผู้ป่วยเงียบๆ โดยที่โอยองยังคงนั่งกุมมืออยู่ข้างๆแบบนั้นเพื่อรอผลการตรวจร่างกายของลูกชาย


    .

    ...

    ........

    ................


    “คุณชเวครับ จากอุบัติเหตุคนไข้ได้รับแค่การกระทบกระเทือนเพียงบางจุดซึ่งทำให้สลบไปและมีบาดแผลเล็กน้อยครับ ตอนนี้ร่างกายของคนไข้หายเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว เหลือแค่พักฟื้นสักสามสี่วันก็กลับบ้านได้ครับ” คุณหมอวัยกลางคนพูดเสียงนุ่มราบเรียบอย่างเป็นการเป็นงาน


    “แล้วผมกลับวันนี้ไม่ได้เหรอครับ” ซีวอนที่นั่งฟังอยู่บนเตียงผู้ป่วยหันมาถามอย่างต้องการกลับบ้าน


    “ได้ครับแต่คุณจะค่อนข้างไม่แข็งแรงร้อยเปอร์เซ็นอาจจะเดินหรือวิ่งลำบากนะครับ หมอเลยอยากให้พักฟื้นก่อน”


    “ตาซีวอน อยู่นี่แหละลูก แม่เป็นห่วง สรุปฉันให้เขาพักตามที่คุณหมอบอกค่ะ” เยจีพูดตัดหน้าลูกชายที่เตรียมจะขอกลับบ้านขึ้นมาทันที


    “ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวจะมาตรวจตามตารางนะครับ” คุณหมอวัยกลางคนชี้ไปที่ตารางที่แปะอยู่ข้าง และโค้งอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยวีไอพี ที่ถ้าคนบนเตียงเป็นอะไรขึ้นมา


    ...โรงพยาบาลนี้มีสิทธิ์ปิดได้เลยด้วยซ้ำ...


    .

    ..


    “เอาล่ะ ปล่อยให้ซีวอนมันพักเถอะ เดี๋ยวผมให้บอดี้การ์ดอยู่แทน ผมต้องเข้าบริษัทได้แล้วอู้งานมาเป็นวันๆแล้ว คุณก็กลับบ้านก่อนดีกว่านะ พักผ่อนเยอะๆแล้วค่อยมาเยี่ยมลูก”


    ชเว โอยอง ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ที่เป็นที่1ของเกาหลีพูดกับภรรยาตัวเองอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันไปมองลูกชายที่กำลังส่งสัญญาณให้เขาพาคุณแม่สุดที่รักไปพักผ่อนบ้าง


    “แต่ฉันห่วงลูกนะคะ ซีวอนให้แม่อยู่เป็นเพื่อนไหม”


    ชเว เยจี พูดกับสามีของตัวเองอย่างที่ทุกคนเริ่มรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังดื้อขึ้นมา ตาคู่หวานที่เข้ากับใบหน้าสวยหวานตามอายุกำลังแสดงความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด


    “แม่ครับ แม่กลับไปพักแล้วค่อยมาหาผมดีกว่านะ ผมรออาหารอร่อยๆจากที่บ้านอยู่นะ นะครับแม่”


    คนป่วยตัวโตบนเตียงอ้อนแม่ของตัวเองที่เกือบจะน่ารักแล้วนะ ถ้าไม่ใช้เพราะหน้าหล่อเข้ม ผิวสีแทน รูปร่างสูงใหญ่แบบนั้น มันดู..


    “ขัดลูกกะตาวะ เลิกอ้อนแม่แกแบบที่คิดว่าตัวเองน่ารักสักทีสิ ฉันน่าจะมีลูกสาวน่ารักๆบ้างนะเนี่ย เห็นแกแล้วมันน่ารักไม่ลงจริงๆ”


    โอยองขัดอาการที่เขามองว่ามันขัดตาเขาของลูกชาย


    “คุณนี่ ตาซีวอนน่ารักสำหรับฉันเสมอค่ะ เดี๋ยวแม่มาเยี่ยมนะ มีอะไรเรียกพยาบาลเลยนะ แม่จ้างพยาบาลพิเศษไว้แล้ว หรืออยากได้อะไรบอกพวกการ์ดนะ แม่สั่งไว้ให้แล้ว”


    เยจีกอดลาลูกชายเบาๆ ก่อนที่จะเดินนำหน้าสามีออกไป ประตูบานใหญ่ปิดลงด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดหน้าห้องพักจนเขาได้แต่หลับตาลงอย่างรู้สึกเพลีย




    กึก!


    “หืม? เดี๋ยวนะ ตอนนั้นรู้สึกเหมือนมีคนผลักนะ” คนที่กำลังนอนพักนึกขึ้นมาได้ มือใหญ่เอื้อมไปกดปุ่มเรียกคนด้านนอกเข้ามาอย่างรวดเร็ว


    “ครับคุณซีวอน” บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ด้านหน้ารีบเข้ามาตามการเรียกของเจ้านาย


    “บอกคุณหมอว่าฉันจะไปเยี่ยม อี...แชริม อี แชริม ที่อยู่กับฉันวันนั้น ฉันจะไปเยี่ยมเขา”


    เสียงทุ้มที่ทรงอำนาจไม่ต่างจากคนเป็นพ่อสั่งงานคนของตัวอง ก่อนที่จะโบกมือเบาๆให้เดินออกไปเมื่อเขาสั่งงานเสร็จ


    ใบหน้าหล่อเหลาคลายความกังวลเรื่องที่คิดออกไป เปลือกตาหนาปิดลงย่างต้องการการผักผ่อนเพราะเดี๋ยวเขาจะไปตอบแทนคนที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้


    ...ชเว ซีวอน เป็นคนที่ไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร...



    .

    ...

    ......

    ..............

    ......................................


    “คุณยายครับ เมื่อไหร่คุณหมอจะมาล่ะครับ”


    บนเตียงหลังเล็กของห้องพักแบบรวมของโรงพยาบาล Seoul St.Mary's หญิงสาวร่างอวบอายุย่างหกสิบอย่างอี ยองจากำลังกุมมือหลานชายตัวเล็กเอาไว้อย่างห่วงใย


    อี ฮยอกแจที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาหลังหลับไปหนึ่งวันเต็ม ยิ้มหวานส่งอย่างน่ารักให้คุณยายที่เขารู้ว่าอยู่ข้างๆเพราะมือที่กุมอยู่ ผิวขาวซีดยิ่งซีดจัดเมื่อคนบนเตียงหลังเล็กเสียเลือดไปมากจนตอนนี้สายจากถุงเลือดยังเจาะอยู่ตรงแขนเล็กนั่นจนคนมองเจ็บแทน ผ้าพันแผลสีขาวที่พันอยู่รอบๆเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนทำให้คนมองรู้ได้ว่าแผลนั้นคงเจ็บไม่น้อยทีเดียว แต่นอกเหนือจากนั้น อาการของคนตรงหน้ายังทำให้คนเป็นยายอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมาอย่างสงสารจับใจ...


    “อ่า คุณยายอย่าเพิ่งร้องไห้สิครับ ตอนนี้ฮยอกหันไปเช็ดให้คุณยายไม่ถูกนะครับ มากอดกันดีกว่านะ”



    แขนเล็กอ้าออกกว้างจนคนที่ยืนอยู่ข้างๆรีบกอดคนที่กางแขนเอาไว้จนแน่น ใบหน้าเปื้อนน้ำตาของยายซบลงกับกลุ่มผมนุ่ม กดจมูกลงหอมมันซ้ำๆราวกับจะปลอบโยนคนในอ้อมกอดอยู่อย่างนั้น


    ...หลานยาย เข้มแข็งเกินไปแล้ว...


    “คุณยองจาครับ ผลมาแล้วครับ” คุณหมอวัยกลางคนพูดเบาๆกับยายหลานตรงหน้าก่อนที่จะส่งเอกสารให้ยองจาดู


    ภาพเอ็กซเรย์สมองที่มีหลายใบไม่ได้ทำให้คนที่ร่ำเรียนมาแค่ชั้นประถมอย่างยองจาเข้าใจมากนัก แต่ใบตรวจรักษาภาษาเกาหลีที่แนบมาด้วยแทบจะทำให้คุณยายของฮยอกแจยืนอยู่ไม่ไหว


    ...พระเจ้ากำลังจะลงโทษเธออีกครั้งแล้ว ครอบครัวเธอทำอะไรผิดนะ...


    “ผมต้องขอบอกว่าตอนนี้ฮยอกแจไม่มีอันตรายอะไรแล้วอาจจะเพราะรถที่หักไปชนกับต้นไม้ทำให้ร่างกายไม่ได้หนักอย่างที่คิด แผลที่เกิดก็มาล้างทุกอาทิตย์มีกระดูกแขนซ้ายที่ต้องเข้าเฝือกอ่อนๆเอาไว้สักอาทิตย์เดียว และพักฟื้นสักอาทิตย์หนึ่งก็สามารถกลับบ้านได้ แต่...”


    “เศษกระจกเพียงเล็กน้อยที่แตกออกมา กลับโชคร้ายโดนเข้าที่ใบหน้าบางส่วน ถึงจะไม่มีบาดแผลน่ากลัว แต่บวกกับการกระทบกระเทือนทางสมองและเส้นประสาทแล้ว....หมอเสียใจด้วยจริงๆครับ”


    “คนไข้...ไม่สามารถมองเห็นได้...เพราะจากกระจกที่เข้าไปบาดในตาและยังมีแรงกระแทกที่ส่งผลกับดวงตาด้วย”


    เสียงพูดยืดยาวของคุณหมอแทบจะไม่เข้าหูของยองจาเลยหลังจากรับรู้ผลการตรวจที่เธอรอคอย หลานเธอเจ็บตัวหนัก แต่ที่ร้ายแรงที่สุดน่าจะเป็นตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาฮยอกแจกลับมองหาเธอไม่เจอ คนตัวเล็กมองไปตรงหน้าอย่างไร้จุดหมายจนพยาบาลมาพาออกไปตรวจ แต่ผลสรุปแบบนี่...กลับทำให้เธอทรุดนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างหมดแรง


    “ไม่มีทางเลยเหรอค่ะคุณหมอ จะสามารถรักษาได้บ้างไหมค่ะ” ยองจาแทบจะอ้อนวอนต่อพระเจ้า เธอไม่ชอบแบบนี้เลย รถยนต์พรากคนที่เธอรักไป และยังจะพรากอนาคตของหลานชายที่น่ารักไปด้วย


    “ผ่าตัดครับแต่...ค่อนข้างจะแพงมากนะครับ”


    “...”


    “ผมจะมาตรวจร่างกายใหม่นะครับ พักผ่อนก่อนเถอะครับ” คุณหมอพูดอย่างอ่อนโยนและหันหลังเตรียมจะก้าวออกไปจากเตียงคนไข้เตียงนั้น ถ้าเสียงหวานๆของคนไข้ตัวเล็กไม่ถามขึ้นมา




    “คุณหมอครับ.....คุณซีวอนเป็นยังไงบ้างครับ”


    เสียงเรียกของคนป่วยบนเตียงเล็กๆในห้องผู้ป่วยรวมที่เจ้าตัวคุ้นเคยเพราะเวลาไม่สบายมากๆจะใช่บริการดังขึ้น แต่คำถามนั้นดูไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองเท่าไหร่นัก กลับเป็นคำถามที่ถามหาใครอีกคนที่ฮยอกแจไม่เคยลังเลที่จะทำอะไรให้เลย


    ดวงตาคู่สวยเหม่อมองไปด้านหน้าและส่งรอยยิ้มออกมาเหมือนกับให้คุณหมอที่ตัวเองคิดไว้ว่าจะยืนอยู่ตรงนั้น อย่างไม่ได้รับรู้ถึงท่าทางเสียใจของคุณยายญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของเขา


    ...ฮยอกแจรู้แค่ว่าต้องยิ้ม ยิ้มให้ทุกคนสบายใจ เท่านั้นเอง....


    ...และถ้ามันจะทำให้คนๆนั้นปลอดภัย ฮยอกแจยอมทำทุกอย่าง...


    “ปลอดภัยครับ จะไปเยี่ยมเหรอครับ” คุณหมอถามอย่างสงสัย แต่ก็คิดได้ว่าคนไข้รายนี้มาจากอุบัติเหตุเดียวกับคุณซีวอน


    “ไม่หรอกครับ แต่คุณหมอไม่ต้องบอกเรื่องฮยอกนะครับ ขอบคุณมากครับ”


    ฮยอกแจส่งยิ้มให้อากาศตรงหน้าอย่างที่คิดว่าคุณหมอยืนอยู่ตรงนั้น แต่ถึงยังไงเขาก็รู้ว่าคุณหมอไม่เดินเข้าไปบอกซีวอนหรอกว่าเขาโดนรถชนพร้อมกัน ยังไงก็คือข้อมูลคนไข้ที่แพทย์


    ...ต้องเก็บเอาไว้...รวมถึงเขาเองด้วย...ที่ต้องเก็บเอาไว้...


    .

    ...

    .........


    “ฮยอก ยายจะพาไปผ่าตัดนะ” เสียงอ่อนโยนของญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวทำให้ฮยอกแจบีบมือที่กุมมือเขาอยู่แน่นขึ้นอย่างอดทน รอยยิ้มฝืนๆในแบบที่เจ้าตัวพยายามที่จะยิ้มออกมาถูกส่งให้คุณยายเพื่อความสบายใจ


    “ไม่เป็นไรครับ มันแพงมากเลยนะ เงินเก็บเรามีไม่มากขนาดนั้น ฮยอกว่าเราเก็บไว้ดีกว่านะ ฮยอกไม่เป็นอะไร”


    ฮยอกแจส่งยิ้มให้คุณยายที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่คนมองกลับรีบยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่เล็ดรอดออกมา


    ...ฮยอกแจ กำลังส่งยิ้มให้อากาศ และกำลังร้องไห้ออกมาพร้อมกับยิ้มนั้น...


    “ไม่เป็นไรนะ แค่ฮยอกกลับมาก็พอแล้ว ยายกลัว กลัวว่าฮยอกจะทิ้งยายไปเหมือนพ่อกับแม่ ขอบคุณนะฮยอก”


    ยองจาพูดออกมาอย่างหมดหนทาง ถึงครอบครัวเธอจะไม่ได้จนมากนัก แต่เงินเก็บที่มีก็ไม่สามารถจ่ายค่าผ่าตัดได้ง่ายๆ...


    “ครับ ฮยอกรักยายนะ”


    ฮยอกแจกอดตอบคุณยายที่กอดเขาไว้แน่นๆ สมองคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายในสมัยเด็กที่รถยนต์ของพ่อพลิกคว่ำและพรากชีวิตของพ่อกับแม่เขาไปอย่างที่เขาไม่ทันตั้งตัว


    ...เพราะแบบนั้นฮยอกแจเลยทนเห็นซีวอนถูกรถชนต่อหน้าต่อตาไม่ได้ เขาทนเห็นคนที่รักของเขาหายไปอีกไม่ได้แล้ว แค่พ่อกับแม่ก็มากพอแล้ว...


    “เพราะแบบนี้ฮยอกเลยไม่เป็นอะไรนะครับ ฮยอกหายเราก็จะกลับบ้านเหมือนเดิมนะ”


    เสียงหวานสั่นเครือพูดกับคนเป็นยายอย่างหนักแน่น มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มออกมาอีกรอบ ยิ้มที่...





    ...คนมองได้แต่ร้องไห้อย่างสงสาร...




    100%




    [​IMG]

    TalK:

    ครบร้อย *วิ่งงงงงงงง อาจจะมีใครหลายๆคนไม่อยากอ่านต่อแล้ว แต่ยังยืนยันว่าสองคนเขาไม่ได้ทำร้ายกันแน่ๆ เดี๋ยวก็เจอกันล้าวววววว จะรีบมาต่อน้อออออ

    ใครอยากอ่านเม้นหรือเล่นแท็กมาเลย จะรีบมาให้ #ฟิคชาโดว

    รักทุกเม้นทุกวิวทุกโหวตทุกแฟนคลับ รักรีดเดอร์ รักเอสเจที่สุดเลย^^


    ติดตามมิ้นได้ทางนี้น้อออ^^ จิ้ม!












    O W E N TM.
     

แบ่งปันหน้านี้